Koolcapp

5 สมุนไพรที่ควรปลูกไว้ที่บ้าน

5 สมุนไพรที่ควรปลูกไว้ในบ้าน

เชื่อหรือไม่พืชผักสมุนไพรบางชนิดให้ผลดีแก่ร่างกายโดยไม่จำเป็นต้องทานยา และสมุนไพรบางชนิดสามารถปลูกเองได้ที่บ้าน ดูแลไม่ยาก ถ้าปลูกผักในบ้านก็จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าเราได้มาก วันนี้ Koolcapp จะพาไปรู้จักกับสมุนไพรไทยที่สามารถปลูกเองไว้ที่บ้านฉบับง่ายๆมาฝากกันค่ะ

1. กะเพรา

กะเพรา

กะเพรา ถือเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ต้นหนึ่งอาจมีอายุมากกว่า 5 ปี หากได้รับการดูแล ให้ปุ๋ย ให้น้ำเป็นประจำ ลำต้นมีลักษณะเป็นเหลี่ยม แตกกิ่ง และใบออกตามข้อ ใบจะแตกออกเป็นคู่ด้านซ้ายขวา ขอบใบเป็นเว้าเป็นร่องคล้ายฟันเลื่อย และมีขนปกคลุมใบ ใบกว้าง 3-5 ซม. ยาว 4-8 ซม. ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ส่วนดอกแตกออกเป็นช่อหลายช่อมีลักษณะดอกคล้ายแมงลัก กะเพราที่นิยมปลูกมีทั้งกะเพราขาว ซึ่งมีใบสีเขียว และกะเพราะแดงที่มีใบสีม่วงเข้มแกมน้ำตาล

วิธีการปลูกกะเพราด้วยเมล็ด

  1. เตรียมดินละเอียดเทลงไปในกระถาง
  2. หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบ หรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ
  3. รดน้ำตามทันที ควรใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ นะคะ
  4. จากนั้นอีกประมาณ 7 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า
  5. รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ก็ค่อยๆ ถอนแยกจัดระยะต้นให้ทีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร
  6. เมื่อโตเต็มที่จากนั้นก็เก็บใบมารับประทานได้

2. ตะไคร้

ตะไคร้

ตะไคร้ ผักสวนครัวที่หาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป หรือจะปลูกเองก็ทำได้ไม่ยาก คนทั่วไปมักใช้ตะไคร้ในการทำอาหารเป็นเครื่องแกงต่างๆ เพราะให้กลิ่นหอมช่วยกลบกลิ่นคาวได้ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ตะไคร้ยังเป็นสมุนไพรที่ให้สรรพคุณทางยาทั้งต้น มีสารสำคัญ และน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอีกด้วย

วิธีการปลูก

  1. เตรียมแปลงโดยการไถพรวนดิน ตากแดด 7-10 วัน และโรยปูนขาวเพื่อปรับสภาพดิน
  2. ขุดหลุมปลูกขนาด 25x25x25 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกเก่ารองก้นหลุมไปพร้อมๆ กับการพรวนดิน
  3. ใช้ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 1×1 เมตร จะได้ตะไคร้ที่ลำต้นและหัวอวบใหญ่ แต่ถ้าหากปลูกชิดกว่านี้ต้นตะไคร้จะไม่อวบ ลำต้นจะผอมสูง
  4. ปักต้นพันธุ์ตะไคร้ลงดินให้มีลักษณะเอียง 45 องศา ลึก 5 เซนติเมตร จำนวนหลุมละ 2 ต้น
  5. ให้น้ำแบบปริงเกอร์ 2-3 วันต่อครั้ง เช้าและเย็น จนตะไคร้สามารถตั้งตัวได้ จากนั้นรดน้ำ 5-7 วันต่อครั้ง
  6. ตะไคร้จะเริ่มตัดได้ตั้งแต่อายุ 8 เดือนขึ้นไป จนถึง 1 ปีครึ่ง จากนั้นก็เก็บมาประกอบอาหารได้

3. ชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ

ต้นชุมเห็ดเทศ จัดเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ความสูงของต้นประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเป็นแนวขนานกับพื้นดิน กิ่งจะแผ่ออกทางด้านข้าง มีขนสั้นนุ่ม เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ชอบขึ้นตามที่ชุ่มชื้น ไม่ชอบที่ร่ม สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด พรรณไม้ชนิดนี้ไม่ต้องการความเอาใจใส่ ปลูกแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้โตขึ้นเองได้ พบขึ้นได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งบนที่ราบหรือบนภูเขาสูงจนถึง 1,500 เมตร

วิธีการปลูก

  1. การเตรียมดิน ให้กำจัดวัชพืชและเศษวัสดุ พร้อมทั้งไถพรวนและตากดินไว้ 7-15 วัน จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกอัตรา 2 ตันต่อไร่
  2. การเตรียมพันธุ์ คัดเลือดเมล็ดที่แก่จัด แล้วนำมาแช่น้ำไว้ 1 คืน จากนั้นคลุกกับทรายในอัตรา 1: 1-2 แล้วหุ้มด้วยผ้าขาวบาง รดน้ำให้ชุ่ม เก็บในที่ร่ม 1-2 วัน เมล็ดก็จะเริ่มงอก
  3. การปลูก หากปลูกแบบหยอดหลุมด้วยเมล็ดที่เริ่มงอก ให้หยอดหลุมละ 5-6 เมล็ดให้มีระยะห่างระหว่างต้น และระหว่างแถว 3×4 เมตร เมื่อปลูกเสร็จใช้ผ้าคลุมบางๆ รดน้ำให้ชุ่ม หากปลูกแบบใช้ต้นกล้าให้น้ำต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ดที่มีอายุ 30 วัน หรือมีใบจริง 5-7 ใบ มาปลูกลงแปลง รดน้ำให้ชุ่ม ปักไม้ค้ำยันไว้และผูกติดกับต้นกล้าแล้วคลุมโคนต้นด้วยผ้าและควรรดน้ำให้ชุ่มเสมอในช่าง 2 เดือนแรก

4. สะระแหน่

สะระแหน่

สะระแหน่ เป็นพืชสมุนไพรตามธรรมชาติที่มีการนำใบและน้ำมันมาใช้ประโยชน์ต่อสุขภาพมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับรักษาโรคและอาการต่าง ๆ เช่น บรรเทาอาการปวด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร หรือใช้เป็นสารต้านเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้หลายคนอาจคุ้นเคยกับรสหรือกลิ่นของสะระแหน่จากยาสีฟัน ขนม อาหารจานต่าง ๆ รวมถึงใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในสบู่และเครื่องสำอางอีกด้วย

วิธีการปลูก

  1. เตรียมดินสำหรับการเพาะ โดยนำดินร่วน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อย มาคลุกให้เข้ากัน
  2. เลือกกิ่งสะระแหน่ที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป จากนั้นนำไปปักลงในภาชนะที่เราเตรียมเพาะ
  3. ปักกิ่งสะระแหน่ให้เอนทาบกับดิน แล้วรดน้ำให้ชุ่ม แต่ระมัดระวังอย่าให้แฉะจนเกินไป
  4. นำแกลบมาโรยกลบดิน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับหน้าดิน
  5. เมื่อการเพาะปลูกเข้าสู่วันที่ 4-5 ก็จะเริ่มแตกยอดเลื้อยคลุมดิน

5. ข่า

ข่า

ข่า เป็นพืชในตระกูลเดียวกับขิง มีลำต้นหรือที่เรียกว่าเหง้าอยู่ใต้ดินเป็นแนวนอน ซึ่งส่วนนี้เองที่นิยมนำมาใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมน่ารับประทาน นอกจากนี้ ข่ายังเป็นสมุนไพรทางเลือกที่นิยมใช้รักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ไม่ว่าจะใช้ทารักษากลากเกลื้อน ช่วยขับลมในระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการปวด และยังมีความเชื่อที่ว่าการรับประทานข่าอาจช่วยต้านมะเร็งได้

วิธีการปลูก

  1. หยิบกาบมะพร้าวที่เราเตรียมไว้มารองก้นกระถาง 1 ส่วน
  2. จากนั้นนำดินมาใส่ลงไป 2 ส่วน แล้ววางหัวข่าให้ห่างกันสักคืบละหัว
  3. เสร็จแล้วก็กลบด้วยดินอีก 1 ส่วน
  4. รดน้ำเช้า – เย็น ประมาณ 10 – 15 วันข่าก็จะโตพอที่จะนำมารับประทานได้

cr: กระเพรา และการปลูกกระเพรา  , ปลูกกะเพรา ไว้กินเองในบ้าน ปลูกง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมประหยัดไปได้เยอะ , ตะไคร้ , การปลูกตะไคร้หยวกให้ได้ผลผลิตสูง , ชุมเห็ดเทศ สรรพคุณและประโยชน์ของต้นชุมเห็ดเทศ 49 ข้อ ! , ชุมเห็ดเทศ ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย , สะระแหน่และคุณประโยชน์ทางการแพทย์ , เลี้ยงง่ายโตไววิธี ปลูกสะระแหน่ ไว้กินเองแบบง่ายๆ , ข่า กับสรรพคุณทางยารักษาโรค , วิธีปลูกข่า ไว้กินเองในบ้าน ประหยัด ปลอดสาร และ ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะ