Koolcapp

เพิ่มภูมิคุ้มกันตัวเองง่ายๆโดยสมุนไพรไทยเหล่านี้…

เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง

ยาสมุนไพรไทยในบ้านเราเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกในการรักษาหรือเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย การที่เราทานยาเคมีบ่อยๆ จะส่งผลเสียให้ร่างกายในอนาคตก็คงไม่ดีแน่ ลองเปลี่ยนมาใช้สมุนไพรไทย อาจจะติดใจก็เป็นได้

1.ส้มซ่า

ส้มซ่า

“ส้มซ่า“เป็นพืชตระกูลเดียวกับส้ม เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลักษณะคล้ายมะนาว และมะกรูด มีหนามแหลมสั้น มีถิ่นกำเนิดมาจากอินเดีย กระจายพันธุ์ไปทั่วโลก โดยประเทศในแถบยุโรปจะมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย มักจะเอาส้มซ่าไปทำแยม นำน้ำส้มซ่าไปหมักกับเนื้อเพื่อช่วยให้นุ่ม หอม น่ารับประทาน ในประเทศคิวบาจะนำเอาแก่นของต้นส้มซ่าไปทำเป็นไม้เบสบอล

สรรพคุณทางยา

เปลือกของส้มซ่า

  • ใช้ทำยาหอม
  • แก้ลม
  • แก้วิงเวียน
  • แก้หน้ามืด ตาลาย
  • ช่วยขับลม
  • แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

น้ำส้มซ่ามีรสเปรี้ยวอมหวาน

  • ช่วยลดเสมหะ
  • แก้ไอ
  • ทำให้ชุ่มคอ
  • ช่วยฟอกโลหิต
  • ใช้เป็นน้ำกระไสย

2.โกฐน้ำเต้า

โกฐน้ำเต้า

โกฐน้ำเต้า เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบยุโรป ในประเทศอินเดีย จีน ทิเบต รัสเซีย โดยจัดเป็นพรรณไม้พุ่มที่มีความสูงของต้นประมาณ 2 เมตร ต้นแตกกิ่งก้านสาขามากและมีใบเป็นพุ่ม เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวเรียบมัน มีลายเล็กน้อยและไม่มีขนปกคลุม มีเหง้าอยู่ใต้ดินขนาดป้อมและใหญ่ เนื้อนิ่ม ลำต้นใต้ดินมีลักษณะเป็นโพรงกลวงและมียางสีเหลือง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกลำต้น และวิธีการเพาะเมล็ด

สรรพคุณและประโยชน์ของโกฐน้ำเต้า

  • ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ขับพิษร้อน ระบายความร้อน ขับพิษในร่างกาย ใช้ในผู้ป่วยที่มีระบบโลหิตร้อน (อาเจียนเป็นเลือด มีเลือดกำเดา ตาแดง เหงือกบวม คอบวม)
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยกระจายเลือดคั่ง
  • ใช้เป็นยาบำรุงธาตุให้เป็นปกติ ช่วยแก้ธาตุพิการ และคายพิษในธาตุ
  • เหง้าใช้แก้โรคตาแดงแสบร้อน แก้โรคในดวงตา
  • ช่วยแก้โลหิตกำเดา
  • ช่วยแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด
  • ใช้เป็นยาลดไข้และความร้อนในร่างกาย
  • ช่วยแก้อาการตัวเหลือง
  • ช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและช่วยในการย่อยอาหาร

วิธีใช้โกฐน้ำเต้า
หากเป็นเหง้าแห้ง ให้ใช้ครั้งละประมาณ 3-12 กรัม (บ้างว่าใช้ในขนาด 3-30 กรัม) นำมาต้มกับน้ำเป็นยาดื่ม แต่ถ้าเป็นเหง้าแบบที่บดเป็นผงมาแล้วให้ใช้ครั้งละประมาณ 1-1.5 กรัม

3. บอระเพ็ด

บอระเพ็ด

บอระเพ็ด เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบมากในประเทศไทย พม่า ลาว กัมพูชา เป็นต้น รวมถึงบางประเทศในเอเชียใต้ เช่น อินเดีย และศรีลังกา สำหรับในประเทศไทยนั้นบอระเพ็ดนับเป็นพืชที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีมาช้านานแล้ว เพราะคนไทยในสมัยก่อนได้นำบอระเพ็ดมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาอาการป่วยต่างๆ เช่น ใช้ลดไข้ บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร ฯลฯ แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังนิยมใช้บอระเพ็ดเพื่อสรรพคุณทางยาเหล่านี้อยู่ ซึ่งในประเทศไทยนั้นสามารถพบบอระเพ็ดได้ทุกภาคของประเทศและส่วนมากพบในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป

ประโยชน์และสรรพคุณบอระเพ็ด

  • แก้ไข้ทุกชนิด
  • แก้พิษฝีดาษ
  • เป็นยาขมเจริญอาหาร
  • ช่วยย่อยอาหาร
  • บำรุงน้ำดี บำรุงไฟธาตุ
  • แก้โรคกระเพาะอาหาร
  • บำรุงร่างกาย
  • แก้สะอึก
  • แก้มาลาเรีย
  • เป็นยาขับเหงื่อ ดับกระหาย แก้ร้อนในดีมาก
  • แก้อหิวาตกโรค
  • แก้ท้องเสีย
  • แก้ไข้จับสั่น
  • ระงับความร้อน ทำให้เนื้อเย็น
  • แก้โลหิตพิการ
  • เป็นยาพอกบาดแผล ทำให้เย็นและบรรเทาอาการปวด
  • ดับพิษปวดแสบปวดร้อน พอกฝี
  • แก้ฟกช้ำ แก้คัน แก้รำมะนาด ปวดฟัน
  • แก้เสมหะเป็นพิษ
  • เป็นยาอายุวัฒนะ

รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้
ใช้เถาบอระเพ็ดที่ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป (เถาเพสลาก) ประมาณ 1- 1.5 ฟุต (2.5 คืบ) หรือเถา น้ำหนัก 30-40 กรัม โดยตำ เติมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำดื่ม หรือต้มกับน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน หรือบดเป็นผง ทำให้เป็นลูกกลอนรับประทานวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้า เย็น

4.ผักกาดน้ำ

ผักกาดน้ำ

ผักกาดน้ำ เป็นในพืชวงศ์เดียวกันยังพบอีกพันธุ์คือ ผักกาดน้ำเล็ก ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Plantago asiatica L. ซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่คล้ายกัน สามารถนำมาใช้แทนกันได้ จะแตกต่างกับผักกาดน้ำที่กล่าวถึงในบทความนี้ตรงที่ผักกาดน้ำจะมีขนาดของใบใหญ่กว่า ลำต้นสูงกว่า และมีเมล็ดมากกว่าผักกาดน้ำเล็ก

สรรพคุณของผักกาดน้ำ

  • เอารากมาต้มดื่มเป็นหญ้าแก้กระษัย
  • ใช้ใบหือลำต้นมาต้มเป็นยาแก้ความดันโลหิตสูง
  • ช่วยทำให้สายตาดี ตาสว่าง
  • ใช้ต้นมาต้มแก้ตาแดง
  • เอาล้ำต้นไปต้มกับน้ำตาลกรวดกินเป็นยาแก้ร้อนใน เจ็บคอ ใช้ต้นเป็นยาแก้หวัด ขับเสมหะ
  • เอาใบมาต้มกินแก้เลือดกำเดาไหล
  • ต้นช่วยขับน้ำชื้น
  • ทั้งต้นช่วยแก้ท้องร่วง ท้องเสีย ลำไส้อักเสบ
  • เอามาต้มกับผักพลูคาวกินแก้บิดได้

วิธีใช้สมุนไพรผักกาดน้ำ
การใช้ต้นตาม ถ้าเป็นต้นแห้งให้ใช้ครั้งละ 10-18 กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน แต่ถ้าเป็นต้นสดให้ใช้ตามความเหมาะสม หรือใช้ตำคั้นเอาแต่น้ำดื่ม หากใช้ภายนอกให้นำมาตำแล้วพอก
การใช้เมล็ดตาม ให้ใช้ครั้งละ 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน หรือใช้ร่วมกับตัวยาอื่น ๆ ในตำรับยา
ผู้ที่เป็นโรคกามเคลื่อนห้ามรับประทาน

cr: << ส้มซ่า ประโยชน์ล้ำค่าที่ควรรู้>> , โกฐน้ำเต้า สรรพคุณและประโยชน์ของต้นโกฐน้ำเต้า 22 ข้อ ! (ตั่วอึ๊ง) , บอระเพ็ด ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย , ผักกาดน้ำหรือหญ้าเอ็นยืด