Koolcapp

คุณประโยชน์อันน่าทึ่งจากโกฐน้ำเต้า

ชื่อสมุนไพร : โกฐน้ำเต้า
ชื่ออื่นๆ : ตั่วอึ๊ง (จีนแต้จิ๊ว) , ต้าหวาง (จีนกลาง) , เยื่อต้าหวาง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rheum palmatum L. หรือ R. tanguticum Maxim. EX Balf. หรือ R. officinale Baill.
ชื่อสามัญ : Rhubarb
วงศ์ : POLYGONACEAE

ลักษณะของโกฐน้ำเต้า

ต้นโกฐน้ำเต้า

ต้นโกฐน้ำเต้า เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบยุโรป ในประเทศอินเดีย จีน ทิเบต รัสเซีย โดยจัดเป็นพรรณไม้พุ่มที่มีความสูงของต้นประมาณ 2 เมตร ต้นแตกกิ่งก้านสาขามากและมีใบเป็นพุ่ม เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวเรียบมัน มีลายเล็กน้อยและไม่มีขนปกคลุม มีเหง้าอยู่ใต้ดินขนาดป้อมและใหญ่ เนื้อนิ่ม ลำต้นใต้ดินมีลักษณะเป็นโพรงกลวงและมียางสีเหลือง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกลำต้น และวิธีการเพาะเมล็ด

ใบโกฐน้ำเต้า

ใบโกฐน้ำเต้า ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ เป็นแฉกคล้ายนิ้วมือ มีประมาณ 3-7 แฉก มีขนาดกว้างและยาวใกล้เคียงกัน ใบมีขนาดประมาณ 35-40 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้าเข้าหากันคล้ายรูปหัวใจ ส่วนขอบใบเป็นหยักแบบฟันเลื่อยเล็กน้อย หน้าใบและหลังใบมีขนขึ้นปกคลุม ก้านใบมีขนาดใหญ่และยาว ตรงบริเวณก้านใบมีขนสีขาวปกคลุมอยู่

ดอกโกฐน้ำเต้า

ดอกโกฐน้ำเต้า ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งก้าน ดอกเป็นข้อ ๆ ในก้านช่อกิ่งหนึ่งจะมีประมาณ 7-10 ช่อ ก้านดอกมีความยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ดอกย่อยจะแยกออกเป็นแฉก 6 แฉก ดอกมีความยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกเรียงซ้อนกันเป็นชั้น 2 ชั้น ดอกมีเกสรเพศผู้จำนวน 9 ก้าน

ผลโกฐน้ำเต้า

ผลโกฐน้ำเต้า ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่คล้ายสามเหลี่ยม บริเวณเหลี่ยมจะมีเยื่อบาง ๆ หุ้มอยู่ ผลเป็นสีน้ำตาลเข้ม ผลมีขนาดกว้างประมาณ 7-8 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 9-10 มิลลิเมตร โดยผลจะแก่ในช่วงเดือนสิงหาคม

การขยายพันธุ์ของโกฐน้ำเต้า
ปัจจุบัน โกฐน้ำเต้านิยมขยายพันธุ์กันมากในประเทศจีน เพราะชนิดอากาศ และดินเหมาะสมกับพืชชนิดนี้ เพาะปลูกด้วยวิธีการแยกลำต้น และวิธีการเพาะปลูกเมล็ด การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวราก และเหง้าปลายฤดูใบไม้ร่วงเมื่อลำต้น และใบเหี่ยวหรือเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ผลิถัดไปก่อนแตกหน่อ แยกรากฝอยและเปลือกนอกทิ้ง นำสมุนไพรมาหั่นเป็นแว่นหรือเป็นท่อน ๆ ตากแดดให้แห้ง เก็บเยียวยาไว้ในสถานที่มีอากาศเย็นและแห้ง มีการระบายอากาศดี

สรรพคุณของโกฐน้ำเต้า

โกฐน้ำเต้า
  • เหง้ามีรสขมและมีกลิ่นหอม ใช้เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อกระเพาะ ลำไส้ และตับ ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ขับพิษร้อน ระบายความร้อน ขับพิษในร่างกาย ใช้ในผู้ป่วยที่มีระบบโลหิตร้อน (อาเจียนเป็นเลือด มีเลือดกำเดา ตาแดง เหงือกบวม คอบวม) (เหง้า)
  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยกระจายเลือดคั่ง (เหง้า)
  • ใช้เป็นยาบำรุงธาตุให้เป็นปกติ ช่วยแก้ธาตุพิการ และคายพิษในธาตุ (เหง้า)
  • เหง้าใช้แก้โรคตาแดงแสบร้อน แก้โรคในดวงตา (เหง้า)
  • ช่วยแก้โลหิตกำเดา (เหง้า)
  • ช่วยแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด (เหง้า)
  • ใช้เป็นยาลดไข้และความร้อนในร่างกาย (เหง้า)
  • ช่วยแก้อาการตัวเหลือง (เหง้า)
  • ช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและช่วยในการย่อยอาหาร (เหง้า)
  • ช่วยแก้อาการท้องเสีย (เหง้า)
  • ช่วยแก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ช่วยขับของเสียตกค้างที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ (อาการท้องผูกจากภาวะร้อน ตัวร้อนจัด) หยางในระบบม้ามไม่เพียงพอ มีของเสียและความเย็นตกค้าง ทำให้เกิดอาการท้องผูก มีอาหารตกค้าง มีอาการปวดท้องน้อย ขับถ่ายไม่สะดวก และมีฤทธิ์ทำให้ลำไส้บีบตัว (เหง้า)
  • ใช้เป็นยาแก้อุจจาระและปัสสาวะไม่ปกติ (เหง้า)
  • ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงงอก (เหง้า)
  • แก้เลือดอุดตันหรือเลือดคั่ง ทำให้ประจำเดือนของสตรีมาไม่ปกติ (เหง้า)
  • ช่วยแก้ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน (เหง้า)
  • ช่วยแก้ตับอักเสบเฉียบพลัน (เหง้า)
  • เหง้าใช้เป็นยาภายนอก เป็นยารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (เหง้า)
  • ช่วยแก้ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ (ใช้เหง้าเป็นยาภายนอก)
  • ช่วยแก้แผลฝีหนองบวมตามผิวหนัง (ใช้เหง้าเป็นยาภายนอก)
  • ช่วยแก้อาการฟกช้ำ ช้ำใน มีเลือดคั่ง ปวด บวม (เหง้า)
  • โกฐน้ำเต้าจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดตรีฉันทลามก” ซึ่งในตำรับประกอบไปด้วยสมุนไพร 3 อย่าง ได้แก่ โกฐน้ำเต้า รงทอง และสมอไทย ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย แก้ไข้เพื่อเสมหะ ขับลม ถ่ายโลหิตและน้ำเหลือง

สรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนจีน
โกฐน้ำเต้า มีฤทธิ์ระบาย ขับของเสียตกค้าง ประโยชน์แก้ของเสียตกค้างภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ (ท้องผูกจากภาวะร้อน ตัวร้อนจัด) หยางของระบบม้ามไม่เพียงพอ มีของเสียและความเย็นตกค้าง ทำให้ท้องผูก อาหารตกค้าง ปวดท้องน้อย ถ่ายไม่สะดวก และมีฤทธิ์ระบายความร้อน ขับพิษร้อน ขับพิษ ใช้ในผู้ป่วยที่มีระบบโลหิตร้อน (อาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดา ตาแดง คอบวม เหงือกบวม) ขับพิษร้อน แผลฝีหนองบวม นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ช่วยให้เลือดหมุนเวียน กระจายเลือดคั่ง ใช้แก้สตรีประจำเดือนไม่มาเนื่องจากมีเลือดคั่ง แก้ฟกช้ำ ช้ำใน เลือดคั่ง ปวด บวม เป็นต้น

  • โกฐน้ำเต้าผัดเหล้าช่วยขับพิษร้อนในเลือด โดยเฉพาะส่วนบนของร่างกายตั้งแต่ลิ้นปี่ขึ้นไป ได้ แก่ ปอด หัวใจ
  • โกฐน้ำเต้าถ่านช่วยระบายความร้อนในระบบโลหิต ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และช่วยห้ามเลือด
  • โกฐน้ำเต้านึ่งเหล้าช่วยระบายความร้อนและขับสารพิษในร่างกาย และช่วยลดฤทธิ์ยาถ่ายของโกฐน้ำเต้าให้มีความรุนแรงน้อยลง
  • โกฐน้ำเต้าผัดน้ำส้มช่วยขับของเสียที่ตกค้างอยู่ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้

รูปแบบ / ขนาดวิธีใช้โกฐน้ำเต้า
การแพทย์แผนจีน ใช้ขนาด 3-30 กรัม ต้มเอาน้ำ กิน เนื่องจากโกฐน้ำเต้ามีฤทธิ์ถ่ายรุนแรง ดังนั้นเวลาต้มให้ใส่ทีหลัง และหากนำไปนึ่งกับเหล้าจะทำให้ฤทธิ์ถ่ายน้อยลง แต่ช่วยปรับการหมุนเวียนของเลือดให้ดีขึ้น
หากเป็นเหง้าแห้ง ให้ใช้ครั้งละประมาณ 3-12 กรัม (บ้างว่าใช้ในขนาด 3-30 กรัม) นำมาต้มกับน้ำเป็นยากิน แต่ถ้าเป็นเหง้าแบบที่บดเป็นผงมาแล้วให้ใช้ครั้งละประมาณ 1-1.5 กรัม

ฤทธิ์ทางเภสัชของโกฐน้ำเต้า

  • จากข้อมูลการศึกษาวิจัยพรีคลินิกพบว่า สาระสำคัญในโกฐน้ำเต้า โดยเฉพาะ sannosides A – F และ rheinosides A – D ออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวชองลำไส้ใหญ่ ทำให้มีปริมาณน้ำในลำไส้ใหญ่มากขึ้น จึงแสดงฤทธิ์เป็นยาถ่าย โดยมีฤทธิ์ฝาดสมานร่วมด้วยอันเนื่องมาจากฤทธิ์ของ tannins ซึ่งสอดคล้องกับตำราสรรพคุณยาไทยว่าโกฐน้ำเต้ามีสรรพคุณขับลมสู่คูถทวาร ทำให้อุจจาระปัสสาวะเดินสะดวก เป็นยาระบายชนิด “รู้เปิดรู้ปิด”
  • โกฐน้ำเต้ามีฤทธิ์ในการกระตุ้นการขับน้ำดี ลดความดันโลหิต ทำให้เกล็ดเลือดจับกันเป็นลิ่ม ช่วยลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมโลหิตของเส้นเลือดฝอย กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดโลหิตแดง และยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ได้อีกหลายชนิด
  • ฤทธิ์ปกป้องตับและไตจากการถูกทำลายด้วยยาพาราเซตามอลของสารสำคัญจากโกฐน้ำเต้า
  • การศึกษาฤทธิ์ปกป้องตับและไตของสาร rhein (4,5-dihydroxyanthraquinone-2-carboxylic acid) ซึ่งเป็นสารสำคัญจากโกฐน้ำเต้า (Rheum officinale) ในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดพิษด้วยการกรอกยาพาราเซตามอล (acetaminophen) ขนาด 2.5 ก./กก. ร่วมกับการได้รับสาร rhein ขนาด 10, 20 หรือ 40 มก./กก. พบว่าการกรอกยาพาราเซตามอลในขนาดดังกล่าวทำให้ระดับ glutamate-pyruvate transaminase, glutamate-oxaloacetic transaminase, total bilirubin, creatinine และ urea nitrogen ในเลือดเพิ่มขึ้น เซลล์และเนื้อเยื่อของตับและไตถูกทำลาย ระดับของ reactive oxygen species, nitric oxide และ malondiadehyde ในตับและไตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ glutathione ลดลง ซึ่งการที่หนูได้รับสาร rhein สามารถทำให้ความเป็นพิษต่อตับและไตข้างต้นลดลง โดยประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับขนาดที่ใช้ จากผลการทดลองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสาร rhein มีฤทธิ์ในการปกป้องตับและไตจากการถูกทำลายด้วยยาพาราเซตามอล

การศึกษาทางพิษวิทยาโกฐน้ำเต้า
เมื่อป้อนสารสกัดโกฐน้ำเต้าด้วย 70% เมทานอลให้หนูถีบจักร พบว่าขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งมีค่ามากกว่า 2.0 กรัม/กิโลกรัม12 เมื่อคนรับประทานสารสกัดด้วยน้ำในขนาด 5 มิลลิลิตร ไม่พบพิษต่อตับ เมื่อป้อนสารสกัดให้หนูถีบจักรหรือหนูขาวในขนาด 200 มก./กก.ไม่พบพิษ

ข้อควรระวัง
การใช้โกฐน้ำเต้าเกินขนาดอาจทำให้เกิดอาการปวดเฉียบพลันและมวนเกร็งในลำไส้ใหญ่และอุจจาระเหลวเหมือนน้ำ ดังนั้นควรใช้โกฐน้ำเต้าเฉพาะเมื่อไม่สามารถแก้อาการท้องผูกได้ด้วยการปรับเปลี่ยนโภชนาการ หรือใช้ยาระบายชนิดเพิ่มกาก ในกรณีที่ใช้โกฐน้ำเต้าแล้วมีเลือดออกทางทวารหนัก หรือเมื่อใช้ในขนาดสูงแล้ว ลำไส้ยังไม่มีการเคลื่อนไหว อาจบ่งถึงภาวะรุนแรงที่อาจเกิดอันตรายได้ นอกจากนั้นการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่าที่กำหนดยังอาจจะทำให้ลำไส้เกิดความเคยชินได้ และห้ามใช้โกฐน้ำเต้าในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเกร็งหรือปวดเฉียบพลันในช่องท้อง ไตอักเสบ หรือมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ

cr: โกฐน้ำเต้า ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย , โกฐน้ำเต้า , สมุนไพรอันน่า”ทึ่ง”ของสรรพคุณโกฐน้ำเต้า , การวิจัยทางการศึกษาเเละข้อควรระวังความเป็นพิษของสมุนไพร”โกฐน้ำเต้า”